ถ้าคุณเคยยืนอยู่หน้า ตู้เชื่อม MIG แล้วรู้สึกว่า “แค่จะเชื่อมให้สวย ทำไมต้องหมุนปุ่มหลายอันขนาดนี้?” คุณไม่ได้คิดไปเองครับ การเชื่อม MIG จริง ๆ มันมีตัวแปรเยอะมาก ตั้งแต่แรงดัน ความเร็วป้อนลวด ชนิดลวด แก๊ส ไปจนถึงท่าทางการเชื่อม และระยะอาร์ก แต่สิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากเริ่ม ใช้ตู้เชื่อม MIG ได้ไวขึ้นในยุคนี้ คือคำว่า “ระบบซินเนอร์จี” (Synergy / Synergic) ที่ติดมากับตู้เชื่อม MIG รุ่นใหม่ ๆ หลายตัวครับ
คำถามคือ เวลาเราพูดถึง ตู้เชื่อม MIG Synergy มันช่วยอะไร ช่วยได้จริงไหม หรือแค่คำโฆษณา? แล้วถ้าเครื่องมี Synergy ทำไมบางคนยังเชื่อม แล้วกระเด็นเยอะ แนวเชื่อมไม่เต็ม หรือหน้าชิ้นงานไหม้เป็นดวง ๆ อยู่ดี?
Synergy ในตู้เชื่อม MIG คืออะไร?
เวลาพูดถึง Synergy สำหรับ ตู้เชื่อม MIG ให้คิดง่าย ๆ ครับ ว่ามันเป็น “สมองช่วยผูกสัมพันธ์ค่าต่าง ๆ ให้เข้ากัน” แทนที่เราจะต้องตั้ง Voltage กับ Wire Feed Speed แบบแยกจากกัน แล้วคอยวิเคราะห์เอง ว่าเข้าคู่กัน หรือยัง ระบบ Synergy จะใช้ “โปรแกรม” หรือ “เส้นโค้งการตั้งค่า” (Synergic curve) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อทำให้ เมื่อเราปรับค่าหนึ่ง ค่าอื่นปรับตามไปด้วยแบบสัมพันธ์กัน
ฟังดูเหมือนมันทำให้ตู้เชื่อม MIG ฉลาดขึ้น ใช่ไหมครับ? แต่ให้คุณจำประโยคนี้ไว้ก่อน Synergy ไม่ได้ทำให้คุณเชื่อมเก่งขึ้นทันที แต่มันทำให้การเริ่มต้นถูกทาง ง่ายขึ้นมาก เพราะมันลดความเสี่ยงของการจับคู่ค่าหลักผิดคู่ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของแนวเชื่อมที่ “ดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน” ในงานจริง
Synergy ผูกอะไรกับอะไร?
โดยโครงสร้างพื้นฐานใน ตู้เชื่อม MIG หรือเครื่องเชื่อมที่เชื่อมระบบ MIG ได้นั้น จะมี “คู่หลัก” ที่ต้องเข้ากันครับคือ:
- ความเร็วป้อนลวด (WFS): ป้อนเร็วขึ้น = จ่ายลวดมากขึ้น = กระแสโดยรวมสูงขึ้น (เพราะต้องละลายลวดมากขึ้น)
- แรงดันไฟฟ้า (Voltage): คุมความยาวอาร์ก/ลักษณะการหลอมละลายให้แนวเชื่อมเรียบหรือกระแทก
ใน ตู้เชื่อม MIG แบบ Synergy ผู้ผลิตจะทำตาราง/เส้นโค้งไว้ เช่น ถ้าเลือกว่าลวด 0.8 mm เหล็กคาร์บอน แก๊ส 75/25 แล้วคุณปรับ “ความหนา” หรือ “ความเร็วลวด” ระบบจะดัน Voltage ให้สัมพันธ์กันอัตโนมัติ เพื่อให้อยู่ใกล้จุดที่ทำให้เชื่อมได้ดีที่สุดตั้งแต่แรก
แต่ Synergy ไม่ได้ทำให้ ตู้เชื่อม MIG เชื่อมแบบ “Auto”
หลายคนสับอาจสับสนหรือสงสัย ครับ ว่า Synergy คือ Auto ทุกอย่าง หรือเปล่า ความจริงคือ Synergy เป็นแนวคิด “ผูกสัมพันธ์” ไม่ใช่ “ปล่อยตู้เชื่อม MIG ตัดสินใจแทนเรา ทั้งหมด” เพราะบางที ตู้เชื่อม MIG ก็ยังเปิดให้เรา ปรับค่าต่าง ๆ (Fine tune) ได้เอง เช่น
- Arc length / Trim / Voltage offset เพื่อทำให้อาร์กยาวขึ้น / สั้นลง
- Inductance หรือการตอบสนองของกระแส เพื่อคุมความนุ่ม-แข็งของแนว
- Burnback กันลวดติดปลายทิป
- Crater fill / Post flow ให้ปลายแนวเต็มและปกป้องบ่อหลอม

ทำไมบางคนใช้ Synergy แล้วยังเชื่อมไม่ดี?
ใครที่สงสัยว่า ตู้เชื่อม MIG “เครื่องมี Synergy แต่ทำไมแนวยังไม่สวย” คำตอบจะอยู่ที่คำถามว่า “คุณตั้งค่า สิ่งที่ Synergy ไม่ได้รู้ หรือยัง?” ครับ Synergy เก่งเรื่องคำนวณความสัมพันธ์ของค่าหลัก แต่มีหลายอย่างที่มันมองไม่เห็น เช่น
- ระยะปลายลวดถึงชิ้นงาน (Stick-out) จริง ๆ ยาวเท่าไหร่?
- ชิ้นงานมีสนิม สี น้ำมัน หรือสังกะสีปนไหม?
- มุมปืนเชื่อมของ push/pull แบบไหน?
- เดินแนวเร็วไป หรือช้าไป?
- หัวทิป และโนซเซิลสึก อุดตัน หรือเปล่า?
- แก๊สไหลพอไหม มีลมพัดขวางไหม?
ดังนั้น ต่อให้ตู้เชื่อม MIG ตั้งค่า “ในตำรา” ได้ดี แต่ถ้าหน้างานมีตัวแปรสกปรก การเชื่อม ก็ยังพังได้ครับ อยากให้คุณมอง Synergy เป็น “ทางลัดไปใกล้อุดมคติ”แต่ ไม่ใช่ “ทางลัดที่ข้ามพื้นฐานทั้งหมด”
โครงสร้างการตั้งค่า ตู้เชื่อม MIG ระบบ Synergy ที่ควรรู้
ก่อนตั้งค่า ควรจัดลำดับความคิดให้ชัดก่อนครับ ว่า “ต้องเริ่มตรงไหน” และ “อะไรเป็นแค่การแต่งเพิ่ม” ช่วยให้ไม่หลงทาง เวลาหน้าจอตู้เชื่อม MIG มีเมนูเยอะ และไม่เผลอไปหมุนค่าปลีกย่อยจนค่าหลักเสียสมดุล
เลือกโปรแกรมให้ตรงวัสดุ-ลวด-แก๊ส
ถ้าเลือกผิด ทุกอย่างที่ตู้เชื่อม MIG คำนวณให้ ก็ผิดตามไปหมด ต้องเลือกให้ตรงอย่างน้อย 3 อย่าง
- ชนิดวัสดุ (ถ้ามีให้เลือก): เหล็ก (Steel) สแตนเลส (Stainless) อะลูมิเนียม (Aluminum)
- ชนิด และขนาดลวด: เช่น ER70S-6 0.8/1.0, ER308L หรือ ER4043
- แก๊ส / ส่วนผสม: CO2 Ar/CO2 Ar/O2 หรือAr สำหรับอลูมิเนียม
ถ้าตู้เชื่อม MIG มีให้เลือก “โหมด” แบบสั้น ๆ เช่น Steel + 0.8 + MIX ก็ให้ถือว่านั่น คือการเลือกโปรแกรมพื้นฐาน ถ้าเป็นเครื่องระดับสูง อาจมีคำว่า “Synergic line” หรือ “Job” ให้เลือกครับ
นอกจากนี้ แก๊สต่างชนิดกัน อาจต้องใช้โปรแกรมต่างกันด้วย เพราะแรงดันอาร์ก (Arc Voltage) ของแก๊ส CO2 100% กับแก๊สผสม (Argon + CO2) นั้นต่างกันมาก ถ้าเลือกผิด ระบบ Synergy อาจทำให้ ตู้เชื่อม MIG คำนวณค่าออกมาเพี้ยนได้
เลือกตัวแปรหลัก ที่จะคุม (ส่วนใหญ่เป็น WFS หรือ Thickness)
ตู้เชื่อม MIG แบบ Synergy มักให้หมุนปุ่มหลักหนึ่งปุ่ม ครับ เช่น
- ความหนา (Thickness): เหมาะกับคนหน้างาน ที่คิดเป็นความหนาชิ้นงาน
- ความเร็วป้อนลวด (WFS): เหมาะกับคนที่คุ้นเคยกับ ตู้เชื่อม MIG อยู่แล้ว

ปรับแต่งพฤติกรรมอาร์ก (Arc length / Trim / Inductance)
นี่คือจุดปรับเสริม ของตู้เชื่อม MIG ที่ทำให้แนวเปลี่ยน “จากพอใช้” ให้กลายเป็น “ดูโปร” ได้เลยครับ เพราะแม้ค่าหลักจะสัมพันธ์ถูกแล้ว แต่ลักษณะอาร์กยังปรับให้เข้ากับท่าทางการเชื่อม และสภาพชิ้นงานได้
- Arc length / Voltage offset / Trim: ทำให้อาร์กยาวขึ้น หรือสั้นลง
- Inductance: เพิ่มแล้วอาร์กจะนุ่ม กระเด็นลด แต่แนวอาจฟูขึ้น; ลดแล้วอาร์กจะแข็ง แทรกซึมดี แต่กระเด็นเพิ่ม
- Dynamic / Arc control (บางยี่ห้อเรียกต่างกัน): ปรับความดุดันของอาร์ก ในช่วงชอร์ต
ตั้งค่า Synergy ใน ตู้เชื่อม MIG ยังไงให้งานออกมาดี
มาถึงตรงนี้ เรามาดูขั้นตอนแบบที่ ควรทำตามจริง ๆ เวลาต้องไปตั้งเครื่องหน้างานที่ไม่คุ้นยี่ห้อครับ เอาไปประยุกต์ ได้กับตู้เชื่อม MIG เกือบทุกรุ่นที่มี ระบบ Synergy
1. เริ่มจาก “ตั้งสิ่งที่จับต้องได้” ก่อน: ลวด แก๊ส และทิป
ก่อนอื่นให้เริ่ม จากของพื้นฐานเสมอครับ เพราะมันคุมความนิ่งของอาร์กโดยตรง: ขนาดลวดต้องตรง ล้อป้อนลวด และแรงกดต้องพอดี ทิปไม่สึกบาน ไลเนอร์ไม่ฝืดจนป้อนกระชาก และแก๊สต้องไหลได้จริงตามที่ตั้งไว้ ถ้าฐานพวกนี้ไม่พร้อม ต่อให้ Synergy คำนวณดี แนวก็ยังพรุน กระเด็น และอาร์กไม่นิ่งอยู่ดีครับ
ถ้าเรื่องพื้นฐานพัง ไปหมุนค่า ตู้เชื่อม MIG ต่อให้ละเอียดแค่ไหน ก็เหมือน “จูนเครื่องยนต์ ทั้งที่กรองอากาศตัน” ครับ
2. เลือกโปรแกรม Synergy ให้ตรงที่สุด
ให้คิดว่าเป็นการเลือก “สูตรตั้งต้น” ของตู้เชื่อม MIG ครับ เลือกให้ตรงวัสดุ ชนิด/ขนาด ลวด และแก๊สให้มากที่สุด (เช่น เหล็ก ER70S-6 0.8 กับแก๊สผสม ก็เลือกตามนั้น) เพราะถ้าโปรแกรมผิด พฤติกรรมอาร์กจะเพี้ยนได้ชัดเจน
ถ้าลวดในตู้เป็น 0.8 มม. แต่ในเมนูตั้งเป็น 1.0 มม. ระบบจะจ่ายไฟ (Voltage) สูงเกินไปจนลวดขาดหรือละลายติดหัวทิป (Contact Tip) ได้
3. ตั้งค่าหลักด้วย “ความหนา” หรือ “WFS” ให้ใกล้เคียงก่อน
เริ่มจากการตั้งค่าตู้เชื่อม MIG ให้ใกล้ชิ้นงานจริงก่อนครับ แล้วค่อยเผื่อท่ารอยต่อ: งานเหล็กบางที่เชื่อมมุม ถ้าดันค่าเยอะไปบ่อหลอมจะล้น และขอบแนวเลอะง่าย ส่วนงานเชื่อมชน ที่อยากได้แทรกซึมอาจเพิ่มค่าหลักนิดนึงได้
4. เมนูเพิ่มเติม ใน ตู้เชื่อม MIG ระดับสูง
เมนูอย่าง Trim / Arc length Inductance / Arc control Burnback และ Pre/Post-flow ไม่ได้มีในตู้เชื่อม MIG ทุกรุ่นครับ โดยเฉพาะกลุ่ม DIY หรือรุ่นเริ่มต้นที่มัก ให้ปรับแค่ “Voltage + WFS” (บางรุ่นยิ่งง่ายกว่านั้ นเป็นปุ่มเดียว) ถ้าเครื่อง ไม่มีเมนูเหล่านี้ก็ไม่ผิดครับ แค่เราต้องย้ายวิธีแก้ไปที่ค่าหลักกับเทคนิคแทน
- Arc length / Trim: เพิ่มเมื่ออาร์กสั้นแข็ง / กระเด็นเด้ง และลดเมื่ออาร์กยาวฟู / คุมบ่อหลอมยากปรับทีละนิดพอครับ และถ้าไม่มี Trim ให้ใช้ Voltage แทน: เพิ่มให้นุ่มยาวขึ้น ลดให้แน่นสั้นลง พร้อมคุม stick-out ให้คงที่
- Inductance: เพิ่ม เพื่อลดกระเด็น นุ่มขึ้น ลดเพื่อแน่น ดุดันขึ้น ถ้าไม่มี ให้ชดเชยด้วยการบาลานซ์ Voltage และ WFS คุม stick-out และคุมมุมปืน / ความเร็วเดินแนว ให้สม่ำเสมอ
- Burnback: ให้ปรับพอดี น้อยไปจะติดทิป มากไป ปลายลวดสั้นเริ่มยาก ถ้าไม่มี ให้คุมจังหวะดับอาร์ก และเล็มปลายลวดก่อนจุดใหม่เมื่อจำเป็น
- Pre / Post-flow: ช่วยลดพรุนต้นแนว และทำให้ปลายแนวสะอาด (สำคัญกับสแตนเลส / อลูมิเนียม) ถ้าไม่มี ให้เน้นแก๊ส “ถึงจริง”: อัตราไหลพอ กันลม และค้างปืนคลุมบ่อหลอมสั้น ๆ ก่อนยกออก

สรุป: Synergy ทำให้ ตู้เชื่อม MIG ใช้ง่ายขึ้น
Synergy ทำให้การตั้งค่าในตู้เชื่อม MIG ง่ายขึ้นจริงครับ แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมคนที่เชื่อมสวยจริง ๆ มักไม่หมุนเยอะ แต่หมุนถูกจุด?
ผมว่าความต่างอยู่ตรงนี้เลย คนเชื่อมเก่ง ๆ เขาไม่ได้หมุนเพื่อ “เดา” แต่หมุนเพื่อ “แก้อาการ” เพราะเข้าใจว่าค่าที่หมุนไปกระทบพฤติกรรมอาร์กยังไง
ก่อนจะเริ่มจุดอาร์คทุกครั้ง ให้ลองกลับไปที่ตู้เชื่อม MIG แล้วตั้งค่าใหม่ตามขั้นตอนข้างครับ จากนั้นลองจงใจปรับ Trim ทีละนิด แล้วฟังเสียงอาร์ก ดูรูปทรงแนว และสังเกตการกระเด็น จะเริ่มจับทางได้เร็วมาขึ้น เพราะ Synergy ไม่ได้ทำให้คุณเสียความเป็นช่าง มันแค่ช่วยให้คุณใช้เวลาน้อยลงในการงมหาทางปรับ และตั้งค่า บนตู้เชื่อม MIG อย่างถูกต้อง