ถ้าคุณเคยยืนดูช่างเชื่อมทำงานเงียบ ๆ หน้า ตู้เชื่อม TIG แล้วเกิดคำถามขึ้นในใจว่าทำไมบางงานแนวเชื่อมถึงดูเนียนกริบ สะอาด ไม่มีสะเก็ดกระเด็น ไม่มีเสียงแตกพร่าให้รำคาญตา แต่บางงานกลับดูแข็ง ดุดัน แนวเชื่อมกระโดด คุมบ่อหลอมยาก ทั้งที่เครื่องมือที่ใช้ก็เรียกว่า “ตู้เชื่อม TIG” เหมือนกัน ผมบอกเลยครับว่า เรื่องนี้ไม่ได้อธิบายได้ด้วยคำว่า ‘ฝีมือช่าง’ อย่างเดียว เพราะต่อให้เป็นช่างคนเดียวกัน ใช้ลวด ใช้แก๊ส และชิ้นงานใกล้เคียงกัน ผลลัพธ์ก็ยังออกมาต่างกันได้อย่างชัดเจน
เมื่อพูดถึงตู้เชื่อม ไม่ว่าจะเป็น MMA MIG หรือ ตู้เชื่อม TIG หลายคนอาจเคยเจอ คำว่า DC TIG, Lift TIG, หรือ AC/DC TIG ผ่านตามาบ้างใช่ไหมครับ? แต่ก็ยังไม่เคยมีใครอธิบายให้ฟังแบบภาษาคน ว่าคำเหล่านี้ จริง ๆ แล้ว มันต่างกันยังไง ใช้กับงานแบบไหน และที่สำคัญ ถ้าเลือกผิด มันจะส่งผลกับงานเชื่อมตรงหน้าเรา ยังไงบ้าง
ในบทความนี้ผมเลยอยากชวนมาดูกันให้ชัดขึ้นอีกหน่อยครับ เอาแบบไม่ต้องเน้นศัพท์เทคนิคให้ปวดหัว แต่ค่อย ๆ ไล่ให้เห็นภาพไปพร้อม ๆ กัน ว่า ระบบไฟแต่ละแบบของตู้เชื่อม TIG นั้น ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร มีข้อดี ข้อจำกัดตรงไหน และสุดท้ายแล้ว คุณควรเลือกตู้เชื่อม TIG แบบไหน ถึงจะ “ใช่” กับลักษณะงานของคุณจริง ๆ ไม่ใช่แค่ใช้ได้ แต่ใช้ได้อย่างสบาย และคุ้มค่าที่สุด
ตู้เชื่อม TIG คืออะไร?
ก่อนจะลงลึกเรื่องระบบ DC หรือ AC ผมขอพาย้อนกลับมาที่คำถามพื้นฐานก่อนครับ ว่า ตู้เชื่อม TIG จริง ๆ แล้วมันต่างจากตู้เชื่อมแบบอื่นตรงไหน
TIG ย่อมาจาก Tungsten Inert Gas หลักการทำงาน ของระบบตู้เชื่อม TIG คือใช้ลวดทังสเตนเป็นตัวสร้างอาร์กไฟฟ้า (Electrode) และใช้แก๊สเฉื่อยอย่างอาร์กอนคอยปกคลุมแนวเชื่อม จุดเด่นของมันไม่ใช่ความแรง แต่คือ “การควบคุม” ที่ช่างสามารถบังคับบ่อหลอมได้ละเอียดมาก ตู้เชื่อม TIG จึงให้แนวเชื่อมที่เรียบ สะอาด และแม่นยำสูง
เพราะความละเอียดนี่แหละครับ ตู้เชื่อม TIG ถึงกลายเป็นตัวเลือกหลักในงานที่ต้องการความสวยงามและคุณภาพ เช่น งานสแตนเลส งานท่อแรงดัน งานอาหาร งานเฟรม งานอลูมิเนียม ไปจนถึงงานในอุตสาหกรรมหนักที่ต้องเลี่ยงข้อผิดพลาด
แต่ทีนี้ คำถามคือ…ถ้าเป็นตู้เชื่อม TIG เหมือนกัน ทำไมบางเครื่องเชื่อมได้ทั้งเหล็ก ทั้งอะลูมิเนียม บางเครื่องเชื่อมอลูมิเนียมไม่ได้เลย? คำตอบอยู่ที่ “ระบบไฟ” นี่แหละครับ
ตู้เชื่อม TIG ระบบ DC คืออะไร?
ถ้าจะให้เข้าใจง่ายที่สุด DC TIG คือระบบของตู้เชื่อม TIG ที่ใช้ไฟกระแสตรง กระแสไฟจะไหลไปทิศทางเดียวตลอดเวลา ไม่สลับขั้วไปมา ผลลัพธ์ของไฟแบบนี้คือ อาร์กนิ่ง เสถียร คุมง่าย และโฟกัสความร้อนได้ดีมาก ๆ พูดง่าย ๆ คือ มันให้ความรู้สึก “เชื่อมแล้วอยู่มือ” ใครเคยจับ TIG DC จะรู้เลยว่า มันนิ่ง มันคาดเดาได้ และมันเชื่อใจได้
ธรรมชาติของ DC TIG จริง ๆ แล้วคืออะไร?
ประเด็นนี้ผมอยากชวนมองกันตรง ๆ แบบไม่อ้อมครับ เพราะเป็นจุดอาจเข้าใจกันคลาดเคลื่อน ในทางโครงสร้าง ตู้เชื่อม TIG ระบบ DC จำนวนมากในตลาด มีพื้นฐานมาจากตู้เชื่อม MMA (Stick Welding) แล้ว เพิ่มระบบ TIG เข้าไป ไม่ใช่การออกแบบ TIG แท้ตั้งแต่ศูนย์
พูดง่าย ๆ คือ ภาคจ่ายไฟหลักของเครื่องออกแบบมาให้รองรับงาน MMA เป็นหลัก จากนั้นผู้ผลิตจึงเพิ่มโหมด TIG (โดยอาจเป็น Lift TIG หรือ HF TIG) เข้าไปเพื่อให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น
ผลลัพธ์คือ ภาคไฟ DC แข็งแรง ทน เหมาะกับงานเชื่อมเหล็ก ให้กระแสคงที่ดี แต่การควบคุมรายละเอียดแบบ ตู้เชื่อม TIG แท้ ๆ จะขึ้นอยู่กับระดับของเครื่อง เครื่องเชื่อมกลุ่มนี้ จึงมักถูกเรียกว่า “MMA/TIG DC” มากกว่าจะเป็น TIG ล้วน ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ดีนะครับ เพราะสำหรับงานเหล็ก งานโครงสร้าง งานสแตนเลสทั่วไป ตู้เชื่อม TIG แบบนี้ถือว่า คุ้ม แข็งแรง และใช้งานจริงได้ดีมาก
งานแบบไหนที่ DC TIG ทำได้ดีที่สุด?
- เหล็ก (Steel)
- สแตนเลส (Stainless Steel)
- เหล็กโครโมลี่
- ไทเทเนียม
วัสดุพวกนี้ไม่ต้องการ การสลายออกไซด์บนผิวโลหะมากนัก แค่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ บ่อหลอมคุมง่าย แนวเชื่อมสวยก็พอแล้ว ซึ่ง ตู้เชื่อม TIG ระบบ DC ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก
ทำไม DC TIG ถึงเชื่อมอลูมิเนียมไม่ได้?
หลายคนอาจสงสัย จะซื้อ ตู้เชื่อม TIG ระบบ DC มา ทางร้านแจ้งก่อนเลยว่า เชื่อมอะลูมิเนียมไม่ได้นะ เป็นผมก็คงสงสัยเหมือนกัน “ทำไมเชื่อมอลูมิเนียมไม่ติด?” คำตอบอยู่ที่ธรรมชาติของอลูมิเนียมครับ
อลูมิเนียม มีชั้นออกไซด์ที่แข็งมาก เคลือบอยู่บนผิว วัดกันจริง ๆ จุดหลอมของออกไซด์สูงกว่าเนื้ออลูมิเนียมด้านในเสียอีก แล้วการมีแค่ ระบบ DC จะทำให้ ตู้เชื่อม TIG ไม่สามารถสลายชั้นออกไซด์นี้ได้ดีพอ ผลคือ อาร์กดูเหมือนติด แต่เนื้อไม่ไหล แนวเชื่อมไม่สวย และคุมยาก และตรงนี้เองที่ระบบ AC เข้ามามีบทบาท
ระบบ AC ของ ตู้เชื่อม TIG คืออะไร? ทำไมถึงจำเป็นกับงานอลูมิเนียม
ถ้า DC TIG คือราชาของงานเหล็ก AC TIG ก็คือราชาของงานอลูมิเนียมครับ AC หรือ Alternating Current คือไฟกระแสสลับ กระแสไฟจะสลับขั้วไปมา ระหว่างขั้วบวก และขั้วลบ
ทำไมต้องสลับขั้ว?
ช่วงหนึ่งของคลื่นไฟ จะช่วย “ทำความสะอาดผิว” หรือที่เรียกว่า Cleaning Action มันจะสลายชั้นออกไซด์บนผิวอลูมิเนียม อีกช่วงหนึ่ง จะเน้นการหลอมเนื้อโลหะ
การสลับนี้เอง ทำให้ AC TIG สามารถเชื่อมอลูมิเนียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสวย ทั้งคุมง่าย ตู้เชื่อม TIG รุ่นสูง ๆ จะรองรับการ ปรับค่า AC Balance ในการคุมสัดส่วนระหว่างการทำความสะอาดกับการหลอม และ AC Frequency ในการคุมความแคบของอาร์ก ยิ่งปรับได้ละเอียด งานก็ยิ่งเนียน และยิ่งต้องอาศัยประสบการณ์ช่างมากขึ้น
Lift TIG คืออะไร? ใช่ ตู้เชื่อม TIG จริงไหม?
มาถึงอีกคำที่อาจชวนสับสนนิดนึงครับ Lift TIG คืออะไร? หลายคนเข้าใจว่า มันคือระบบไฟเครื่องเชื่อม หรือ ตู้เชื่อม TIG อีกแบบหนึ่ง แต่ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ “ชนิดของกระแสไฟ” มันคือ “วิธีการจุดอาร์ก” ที่มักจะเป็นฟังก์ชันเสริมของตู้เชื่อมธรรมดา
Lift TIG ทำงานยังไง?
แทนที่จะจุดอาร์กด้วย HF (High Frequency) แบบ ตู้เชื่อม TIG เต็มระบบ Lift TIG จะใช้วิธี เอาปลายทังสเตนแตะชิ้นงาน แล้วยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเครื่องจะตรวจจับและปล่อยอาร์กออกมา
ฟังดูคล้าย MMA ใช่ไหมครับ ใช่เลย นี่คือเหตุผลที่หลายเครื่องเชื่อมแบบอินเวอร์เตอร์ที่เขียนว่า “TIG” ราคาประหยัด มักจะเป็น Lift TIG
ข้อดีของ Lift TIG คือ….
- วงจรง่าย เครื่องราคาถูก
- ไม่ต้องใช้วงจร HF
- ใช้งานพื้นฐานได้
แต่ข้อจำกัดก็ชัดมาก เพราะ….
- ปลายทังสเตนสึกง่าย
- อาร์กไม่สะอาดเท่า HF TIG
- คุมแนวเชื่อมยากกว่า ไม่ค่อยเหมาะกับงานละเอียด งานโชว์ผิว

แล้วควรเลือก ตู้เชื่อม TIG แบบไหนดี?
คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียวครับ ขึ้นอยู่กับ “งานจริง” ของคุณล้วน ๆ ไม่ใช่ว่าเครื่องไหนดีกว่าในภาพรวม แต่เป็นว่าเครื่องไหนตอบโจทย์ลักษณะงานที่คุณทำอยู่ทุกวันมากที่สุด เพราะตู้เชื่อม TIG ที่เหมาะกับงานหนึ่ง อาจกลายเป็นภาระ หรือความสิ้นเปลือง ในอีกงานหนึ่ง ได้เหมือนกัน
ถ้าเชื่อมเหล็กเป็นหลัก
ถ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อม อะลูมิเนียม ตู้เชื่อม TIG แบบ DC หรือ DC TIG คือคำตอบครับ ด้วยธรรมชาติของไฟกระแสตรงที่นิ่ง และเสถียร ทำให้ควบคุมบ่อหลอมได้ง่าย แนวเชื่อมออกมาสวยสม่ำเสมอ โดยเฉพาะงานเหล็ก และสแตนเลสที่ไม่ต้องการการทำความสะอาดผิวแบบพิเศษ
ราคาของตู้เชื่อม TIG ประเภทนี้ ก็มักจะไม่แพงเท่ารุ่น AC หรือ AC/DC เพราะมันก็มักจะไม่ต่างกับตู้เชื่อม MMA นัก ทำให้มันซ่อมง่าย อะไหล่ไม่ซับซ้อน เหมาะทั้งงานอู่ งานโครงสร้าง และงานผลิตทั่วไปที่ต้องการความทน และความคุ้มค่าในระยะยาว
อยากเชื่อม TIG ในราคาประหยัด ใช้งานทั่วไป
ถ้าเป็นงานทั่วไป ไม่ได้เน้น TIG มากนัก ตู้เชื่อม MMA หรืออื่น ๆ ที่เพิ่ม ฟังก์ชัน Lift TIG เข้ามา ถือว่าเป็นตัวเลือกที่พอใช้งานได้จริงครับ ยิ่งกันคนที่แค่อยากเริ่มต้นลองงาน TIG หรือมีงบจำกัด
แม้จะไม่ใช่ตู้เชื่อม TIG เต็มตัว เครื่องเชื่อมเหล่านี้ให้คุณสัมผัสหลักการเชื่อมแบบ TIG ได้ แต่ก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าความเนียน ความสะอาดของอาร์ก และการควบคุมแนวเชื่อม จะไม่เทียบเท่า ตู้เชื่อม TIG เต็มระบบ ดังนั้นมันก็เลยเหมาะกับงานซ่อม งานประกอบทั่วไป มากกว่างานโชว์แนว หรือชิ้นงานที่ต้องการความประณีตสูง
ทำงานอลูมิเนียม หรืออยากได้เครื่องเดียวจบ
ถ้าอยากได้ ตู้เชื่อม TIG ที่เชื่อมอะลูมิเนียม รวมถึงงานเหล็กด้วย ตู้เชื่อม TIG แบบ AC/DC คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดครับ แม้ราคาจะสูงกว่า แต่สิ่งที่ได้ คือความยืดหยุ่นในการทำงานอย่างแท้จริง เครื่องเดียวสามารถรับงานได้ตั้งแต่เหล็ก สแตนเลส ไปจนถึงอลูมิเนียม พร้อมตัวเลือกการปรับค่า AC Balance และ AC Frequency ที่ช่วยให้คุณจูนเครื่องให้เข้ากับลักษณะงานเฉพาะทางได้มากขึ้น
ตู้เชื่อม TIG AC/DC เหมาะกับช่างมืออาชีพ โรงงาน หรือคนที่งบถึง และไม่อยากเปลี่ยนเครื่องตามประเภทงานในอนาคต

สรุป
ตู้เชื่อม TIG ไม่ได้ต่างกันแค่หน้าตา หรือราคา แต่ต่างกันที่ “สิ่งที่มันถูกออกแบบมาให้ทำ”
- DC TIG เก่งเรื่องความนิ่ง ความแม่น งานเหล็ก งานสแตนเลส
- Lift TIG คือ TIG ทางเลือก หรือ “ของแถม” ที่ประหยัด แต่ไม่สุด
- AC TIG คือคำตอบของงานอลูมิเนียม และงานคุณภาพสูง
ถ้าคุณเข้าใจตรงนี้ก่อนซื้อ ผมรับรองเลยครับว่า คุณจะไม่เสียเงินเลือกผิดตัว และไม่ต้องมานั่งถามทีหลังว่า “ทำไมเชื่อมไม่ได้อย่างที่คิด”
สุดท้าย ผมอยากฝากไว้ว่า เครื่องมือที่ดี คือเครื่องมือที่เหมาะกับงาน ไม่ใช่เครื่องที่แพงที่สุด แต่คือเครื่องที่คุณใช้มันได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดครับ
